ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รีวิว King Creole (1958) มิติทางจิตวิทยาของบทเพลง นักร้อง และโลกนักเลง

·240 คำ·2 นาที

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน การได้เอนหลังปล่อยอารมณ์ไปกับภาพยนตร์ขาวดำคลาสสิกสักเรื่อง คือหนึ่งในวิธีพักผ่อนสมองที่ดีที่สุดใช่ไหมคะ คืนนี้เมย์อยากชวนคุณจุ๋มและเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน มารู้จักกับภาพยนตร์เรื่อง King Creole (1958) หรือในชื่อไทยว่า นักร้อง นักเลง ผลงานฟิล์มนัวร์ระดับขึ้นหิ้งที่ไม่เพียงแต่จะมอบความเพลิดเพลินผ่านเสียงเพลงบลูส์อันนุ่มนวล แต่ยังซ่อนมิติทางจิตวิทยาที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์ไว้อย่างลุ่มลึกอีกด้วยค่ะ

เรื่องย่อและบรรยากาศชวนเคลิ้มยามดึกของ King Creole
#

ภาพยนตร์เรื่องนี้พาเราย้อนกลับไปยังบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองนิวออร์ลีนส์ เมืองท่าที่เต็มไปด้วยแสงสี เสียงดนตรีแจ๊ส และกลิ่นอายของภาพยนตร์สไตล์ฟิล์มนัวร์ (Film Noir) เล่าเรื่องราวของ Danny Fisher (รับบทโดย Elvis Presley) วัยรุ่นหนุ่มที่เรียนไม่จบชั้นมัธยมปลาย แถมยังมีชีวิตที่ปากกัดตีนถีบ เขาต้องทำงานเป็นเด็กทำความสะอาดในไนท์คลับเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

แต่แล้วโชคชะตาก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้โอกาสขึ้นไปร้องเพลงบนเวที น้ำเสียงและเสน่ห์อันเหลือล้นทำให้เขากลายเป็นดาวเด่นในชั่วข้ามคืน ทว่าความสำเร็จนั้นกลับดึงดูดใจของ Maxie Fields (รับบทโดย Walter Matthau) มาเฟียท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวแดนนี่เข้ามาทำงานในโลกมืดของเขา

!

บรรยากาศแสงเงาสไตล์ฟิล์มนัวร์ในเมืองนิวออร์ลีนส์
กลิ่นอายของนิวออร์ลีนส์ยุค 1950 ที่ช่วยให้ผู้อ่านปล่อยใจไปกับความคลาสสิก

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ที่เหมาะกับการเปิดดูก่อนนอนคือ “จังหวะการเล่าเรื่อง” สไตล์ฮอลลีวูดยุคเก่าค่ะ มันไม่เร่งรีบจนทำให้หัวใจเต้นตึกตัก แต่จะค่อย ๆ พารู้สึกด่ำดิ่งไปกับภาพแสงเงาขาวดำที่ตัดกันอย่างงดงาม เคล้าไปกับเสียงร้องโทนต่ำทุ้มอันอบอุ่นของเอลวิส ทำให้สมองของเราค่อย ๆ คลายความเครียดจากงานและพร้อมก้าวเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

วิเคราะห์จิตวิทยาตัวละคร: Danny Fisher กับสภาวะสับสนในใจ
#

หากเรามองลึกลงไปภายใต้ท่าทางยโสและมาดนักเลงของแดนนี่ ในมุมมองทางจิตวิทยาเราจะพบโครงสร้างจิตใจที่กำลังแตกสลายและเปราะบางอย่างมาก ซึ่งสามารถอธิบายผ่านพฤติกรรมหลัก ๆ ได้ 2 ประเด็นค่ะ

1. วิกฤตอัตลักษณ์ (Identity Crisis) และการโหยหาการยอมรับ
#

แดนนี่กำลังอยู่ในช่วงวัยที่นักจิตวิทยาชื่อดังอย่าง Erik Erikson เรียกว่าสภาวะ Identity vs. Role Confusion หรือช่วงวัยที่มนุษย์กำลังค้นหาว่า “ฉันคือใครและมีคุณค่าอะไรในโลกใบนี้” การที่เขาเรียนไม่จบและไม่มีงานทำที่มั่นคง ทำให้เขาขาดความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-Esteem)

เมื่อมาเฟียอย่างแม็กซี่เข้ามาหยิบยื่นเงินทอง อำนาจ และคำยกยอให้ จิตใต้สำนึกของแดนนี่จึงตอบรับสิ่งเหล่านั้นทันที เพราะมันช่วยเติมเต็มความต้องการรู้สึกมีอำนาจในการควบคุมชีวิตตัวเอง (Sense of Control) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายวัยสร้างตัวทุกคนโหยหาค่ะ

2. รอยร้าวระหว่างพ่อกับลูก (Father-Son Conflict)
#

ปมปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของแดนนี่ไม่ใช่มาเฟีย แต่คือความสัมพันธ์อันตึงเครียดกับผู้เป็นพ่อ พ่อของแดนนี่เป็นชายที่ล้มเหลวจากชีวิตการงาน กลายเป็นคนอมทุกข์และไร้กำลัง ความอ่อนแอของพ่อทำให้แดนนี่รู้สึกขาด “ต้นแบบความเป็นชาย” (Male Role Model) ที่เข้มแข็ง

สิ่งที่พ่อคาดหวัง / เป็นอยู่ สิ่งที่ Danny แสดงออกทางจิตวิทยา
พ่อต้องการให้แดนนี่เดินตามกรอบ ทำงานสุจริตแม้จะยากจน แดนนี่มองว่าความซื่อสัตย์แบบพ่อมีแต่ความล้มเหลว จึงเลือกทางลัด
พ่อแสดงความอ่อนแอและยอมจำนนต่อโชคชะตา แดนนี่แสดงความก้าวร้าว แข็งกร้าว เพื่อปกปิดความกลัวในใจ
พ่อใช้คำสั่งและการกดดันเนื่องจากสูญเสียอำนาจในบ้าน แดนนี่เลือกเดินเข้าสู่โลกนักเลงเพื่อประชดและเรียกร้องความสนใจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของครอบครัวในลักษณะนี้คือ การที่ผู้ใหญ่ใช้ความเงียบหรือการตำหนิเป็นตัวขับเคลื่อน แทนที่จะใช้การเปิดใจรับฟัง ผลลัพธ์จึงกลายเป็นการผลักดันให้ลูกชายหันหน้าเข้าหาโลกอาชญากรรมเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองก็ “เจ๋ง” พอ

ทำไม King Creole ถึงเป็นผลงานการแสดงที่ดีที่สุดของ Elvis Presley
#

สำหรับนักดูหนังทั่วไป อาจจะคุ้นเคยกับภาพของ เอลวิส เพรสลีย์ ในบทบาทหนุ่มเจ้าสำราญ ร้องเพลงรักริมหาดในหนังยุคหลัง ๆ แต่สำหรับ King Creole ถือเป็นข้อยกเว้นที่พิเศษสุด ๆ ค่ะ เพราะนี่คือผลงานการกำกับของ Michael Curtiz (ผู้กำกับระดับตำนานจาก Casablanca) เขาสามารถเค้นเอาศักยภาพด้านดราม่าที่แท้จริงของเอลวิสออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

มีฉากหนึ่งที่เป็นตัวอย่างเด่นชัดมาก คือฉากปะทะอารมณ์ระหว่างแดนนี่กับพ่อในห้องพักแคบ ๆ แววตาของเอลวิสในฉากนั้นไม่ได้มีแต่ความก้าวร้าว แต่มันสั่นเครือไปด้วยความเจ็บปวดและความรักที่อยากให้พ่อภูมิใจ [สถาบันภาพยนตร์ที่น่าเชื่อถือ] หลายแห่งระบุตรงกันว่า ตัวของเอลวิสเองก็รักบทบาทในหนังเรื่องนี้มากที่สุด เพราะเขาได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเขาคือ “นักแสดง” ที่มีฝีมือ ไม่ใช่แค่สินค้าขายเสน่ห์ของค่ายเพลง

!

ฉากดราม่าสะท้อนอารมณ์และความขัดแย้งภายในจิตใจ
รอยร้าวและความตึงเครียดระหว่างสายสัมพันธ์ที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงจิตวิทยา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ King Creole [1958]
#

Q: ภาพยนตร์ King Creole (1958) เหมาะสำหรับดูเพื่อผ่อนคลายก่อนนอนจริงไหม? A: เหมาะมากค่ะ แม้เนื้อหาจะมีความเป็นดราม่าและฟิล์มนัวร์ แต่ด้วยจังหวะการเล่าเรื่องสไตล์คลาสสิก เคล้าด้วยบทเพลงดนตรีแจ๊สและบลูส์อันนุ่มนวลของเอลวิส จะช่วยปรับคลื่นสมองให้ผ่อนคลายและเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้อย่างดีค่ะ

Q: ในมุมมองจิตวิทยา ทำไมตัวละคร Danny Fisher ถึงชอบพาตัวเองไปเสี่ยงในโลกอาชญากรรม? A: เกิดจากสภาวะ Identity Crisis และความต้องการลบปมด้อยจากการถูกพ่อกดดันค่ะ การเข้าสู่โลกนักเลงทำให้เขารู้สึกมีอำนาจ (Sense of Control) และได้รับการยอมรับที่เขาไม่เคยได้จากครอบครัวค่ะ

Q: หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Elvis Presley อย่างไร? A: เรื่องนี้เอลวิสได้โชว์ศักยภาพการแสดงดราม่าที่แท้จริงภายใต้การกำกับของ Michael Curtiz ค่ะ ไม่ใช่แค่หนังขายเพลงรักใส ๆ เหมือนเรื่องหลัง ๆ แต่เป็นหนังสะท้อนปัญหาสังคมที่มีมิติทางจิตวิทยาสูงมากค่ะ

บทสรุปสำหรับคนรักหนังยามค่ำคืน
#

สุดท้ายแล้ว King Creole อาจไม่ได้จบลงด้วยความสุขแบบเทพนิยาย แต่มันให้บทเรียนทางจิตวิทยาที่ล้ำค่าเกี่ยวกับความเข้าใจในตนเองและการยอมรับความจริงค่ะ หากคืนนี้คุณจุ๋มหรือเพื่อน ๆ กำลังมองหาภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องที่ช่วยให้เราได้ปล่อยใจไปกับเสียงเพลงคลาสสิก พร้อมกับได้ข้อคิดเตือนใจก่อนที่จะเคลิ้มหลับไป เมย์ขอแนะนำให้ลองเปิดภาพยนตร์เรื่องนี้ดูนะคะ ขอให้คืนนี้เป็นค่ำคืนที่ผ่อนคลายและหลับฝันดีค่ะ